บอร์ดคำเทศนา
 
     
 
ค้นหาสินค้า       
  


  Member Login ::
Name :
Password :
 

• Sign up
• Forget Password
• My Cart

กระแสการตั้งคริสตจักรและเครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน
ศิลป์ชัย  เชาว์เจริญรัตน์

ในปี ค.ศ.2005 นี้ สถาบันคริสเตียนศึกษาและพัฒนาคริสตจักร (CED) ได้ผลิตหนังสือชุดหนึ่งที่ประกอบหนังสือ 3 เล่ม ได้แก่  “กระแสการตั้งคริสตจักร” (Church Planting Movement หรือ CPM)  “การตั้งคริสตจักรตามบ้าน”  (Getting Started)  และ  “เครือข่ายคริสตจักรคริสตจักรตามบ้าน”  (House Church Networks)   ทั้งสามเล่มนี้เกี่ยวข้องกันในแง่ที่ว่า  ขณะนี้กำลังมีปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ทั่วโลกที่เป็นเสมือนหมายสำคัญที่บอกว่า พระเจ้าทรงกำลังเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างในหลายพื้นที่ของโลก   ที่ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของจำนวนคริสตจักรและคริสเตียนเป็นอย่างมาก    

ปรากฎการณ์การเพิ่มจำนวนที่ว่านี้ ไม่ใช่การเพิ่มพูนแบบธรรมดา  หรือการเพิ่มพูนเชิงบวก  จากหนึ่งเป็นสอง...สาม...สี่...   แต่เป็นการเติบโตเชิงทวีคูณแบบจากหนึ่งเป็นสอง  จากสองเป็นสี่...เป็นแปด...เป็นสิบหก   และไปไกลกว่านั้นก็คือ  เป็นการเพิ่มทวีคูณแบบ “ระเบิด”  เพิ่มแบบก้าวกระโดด   เป็นการเพิ่มเป็นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาสั้นๆ  และเป็นการเพิ่มอย่างควบคุมไม่ได้  จนกระทั่งนักวิจัยด้านพันธกิจวิทยาต้องเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า  Church Planting Movement   ซึ่งผมต้องขอบัญญัติศัพท์เฉพาะคำนี้เป็นภาษาไทยว่า  “กระแสการตั้งคริสตจักร” 

หนังสือ “กระแสการตั้งคริสจักรคริสตจักร” ผู้เขียนคือ เดวิด แกริสัน ในฐานะนักวิจัยพันธกิจคริสตจักรได้นำเสนอผลการวิจัยว่า  ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีเหตุปัจจัยมาจากอะไรบ้าง  ซึ่งน่าสนใจมากตรงที่ว่า ทุกๆ พื้นที่ของโลกที่มีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีเหตุปัจจัยบางอย่างที่เหมือนกันอยู่หลายประการ   และในบรรดาเหตุปัจจัยที่เหมือนกันเหล่านั้น  อันหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ  คริสเตียนในพื้นที่เหล่านั้นได้เปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของ “การเป็นผู้รับใช้พระเจ้า”  และเรื่องของ “คริสตจักร”

เกี่ยวกับการเป็นผู้รับใช้พระเจ้า  จากเดิมพวกเขาเคยยึดถือว่า ผู้รับใช้พระเจ้าหมายถึงคริสเตียนบางคนที่มีจิตวิญญาณสูงกว่าคริสเตียนปกติทั่วไป  เป็นผู้ซึ่งได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าอย่างเจาะจงเป็นพิเศษเพื่อให้ละทิ้งอาชีพการงานทางโลก  เพื่อไปทำงานฝ่ายจิตวิญญาณอย่างเดียว  และก่อนจะทำงานรับใช้ได้ก็ต้องถวายตัวไปรับการอบรมด้านพระคัมภีร์อย่างเข้มข้นในโรงเรียนพระคริสตธรรมเป็นเวลาหลายปีเสียก่อน  นอกจากนี้ผู้รับใช้จะต้องเลี้ยงชีพโดยรับเงินเดือนจากคริสตจักรหรือองค์กรคริสเตียนเท่านั้น 

แต่ในปรากฎการณ์ของ “กระแสการตั้งคริสตจักร”  คริสเตียนเหล่านั้นได้คิดใหม่  พวกเขาตระหนักว่า คริสเตียน “ทุกคน” คือผู้รับใช้พระเจ้า  ทุกคนได้รับมอบพระมหาบัญชาให้ทำงานรับใช้ในการประกาศและเลี้ยงดูจิตวิญญาณ “ทันที” ที่รับเชื่อ  การรับการอบรมเพื่องานรับใช้เป็นสิ่งดีแต่ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างๆ ลึกซึ้งเสียก่อนจึงจะรับใช้ได้  ควรรับใช้ไปและเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กัน   อีกทั้งงานรับใช้พระเจ้าเป็นงานอุดมการณ์  ไม่ใช่วิชาชีพ  โดยพื้นฐานแล้ว คริสเตียนทุกคนคือผู้รับใช้เต็มเวลาไม่ว่าจะอยู่ในคราบของอาชีพใดก็ตาม   เพียงแต่หากเราได้รับเงินสนับสนุนเลี้ยงชีพจากคริสตจักรหรือองค์กรคริสเตียน  เราก็ถูกเรียกว่า “ผู้รับใช้เต็มเวลา”  แต่หากเราต้องทำงานทั่วไปเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง  เราก็ยังเป็นผู้รับใช้เต็มเวลาที่มีชื่อเรียกสถานภาพว่า “ผู้รับใช้ฆราวาส” 

และเกี่ยวกับเรื่องของ “คริสตจักร”  จากเดิมพวกเขาเคยยึดถือว่า คริสตจักรจะต้องมีตัวอาคารสถานที่ประชุมที่แน่นอน  ต้องมีสมาชิกที่รับบัพติสมาไม่น้อยกว่า 20 ถึง 50 คน  ต้องมีการบริหารที่เป็นระบบระเบียบ มีธรรมนูญ ข้อบังคับ  มีแผนกและการประชุมคณะกรรมการต่างๆ   ต้องมีศิษยาภิบาลที่เป็นผู้รับใช้เต็มเวลา  ต้องมีเวที  ธรรมมาส  เครื่องเสียงเครื่องดนตรี  เครื่องฉายภาพโปร่งแสง  ต้องนำร้องเพลงสามสิบนาที  มีหนึ่งคนเทศนาอีกสี่สิบห้านาที  ฯลฯ

แต่ในปรากฏการณ์ของ “กระแสการตั้งคริสตจักร” จะไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบ “คริสตจักรตามประเพณี” (Conventional Church) เช่นนั้น   เมื่อ “กระแสการตั้งคริสตจักร” พยายามทุกทางที่จะทำให้คริสเตียน “ทุกคน” เป็นผู้รับใช้   ฉะนั้นก็จะพยายามทำทุกทางที่จะทำให้บ้านของคริสเตียน “ทุกบ้าน” กลายเป็นคริสตจักรไปด้วย   เพราะด้วยรูปแบบ “คริสตจักรประเพณี”   การตั้งคริสตจักรใหม่เป็นเรื่องที่ยาก  ต้องใช้เงินทุนมาก  และมักต้องการผู้ทำการที่มีความสามารถสูงเป็นพิเศษ   แต่เมื่อหันมาใช้กระบวนทัศน์ของ “เครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน” (House Church Networks) เหมือนกับที่เกิดในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในหลายส่วนของโลก   การตั้งคริสตจักรใหม่ก็กลายเป็นเรื่องง่าย  เงินทุนไม่ใช่ปัญหา  และคริสเตียนคนใดก็ทำได้   เมื่อเป็นเช่นนี้การประกาศที่นำไปสู่การตั้งคริสตจักรใหม่ก็เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแพร่ไปทั่วอย่างไม่มีขีดจำกัดอีกต่อไป  

หนังสือ “การตั้งคริสตจักรตามบ้าน”  และหนังสือ “เครือข่ายคริสตจักรตามบ้าน”  เป็นหนังสือที่เขียนโดยผู้ที่ร่วมในพันธกิจนี้ด้วยตัวเองอย่างจริงจัง  ไม่ได้เขียนขึ้นโดยใช้เพียงการสมมติฐานทฤษฎีหรืออ้างหลักพระคัมภีร์เท่านั้น  ที่น่าสนใจคือพวกเขาร่วมในปรากฏการณ์นี้ในประเทศตะวันตกซึ่งถือว่ามีคริสเตียนและคริสตจักรมากอยู่แล้วด้วยซ้ำ

การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ หรือการยกระดับกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) เช่นนี้  กำลังเป็นกระแสคลื่นที่ถาโถมและท้าทายเราทั้งหลายให้ต้องตอบสนองอะไรบางอย่าง   

โปรดอย่าเข้าใจผิดว่า นี่คือการเรียกร้องให้ล้มเลิกสิ่งดีดั้งเดิมทั้งหมด  ขอเพียงโปรดเปิดใจเรียนรู้และยอมรับว่านี่เป็นพันธกิจทางเลือกที่พระคัมภีร์ยอมรับ  มีการเกิดผลเป็นที่ประจักษ์   และท้ายที่สุด หากท่านรู้สึกว่าพระเจ้าทรงดลใจท่านให้กระโจนเข้าสู่กระแสพันธกิจนี้  ก็ขอให้ท่านทราบว่าท่านไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวและไม่ได้เดินผิดทาง  แต่มีพี่น้องคริสเตียนจำนวนมากทั่วโลกกำลังเดินร่วมทางกับท่าน  และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

และแน่นอน พระองค์ “จะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค!”